| Nok Chidchanok's profileนกไร้ขา ที่บินเข้าหาดวงจ...BlogListsNetwork | Help |
นกไร้ขา ที่บินเข้าหาดวงจันทร์July 29 วันหยุดที่ไม่หยุดนิ่งวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม
ช่วงหยุดเทศกาลเข้าพรรษานี้ความจริงฉันต้องกลับบ้านที่สุพรรณฯ
แต่เราวางแผนกันว่าจะไปเที่ยวที่หัวหิน แล้วก็หาของอร่อยกินกัน
พอวันศุกร์ต้องเปลี่ยนแผนใหม่ เนื่องจากป่าป๊าเสือไม่สบาย
ยังมีแผนสำรองคือ ไปทำสวนที่บ้านของเราหมู่บ้านชัยพฤกษ์
เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาท่านผู้อาวุโสประจนำฝูงนัดไปกินข้าว
เลยทำตัวเป็นสถาปนก (คำ ขม.) ร่างแบบสวนรอบบ้าน
แล้วฉันก็มีความคิดใหม่ที่จะนำเสนอใหม่อีกครั้ง
วันเสาร์เป็นเพื่อนจู้ไปอัพเดรดความสวยที่เซ็นทรับทาร์ว รัตนาธิเบศ
จนเย็น ขม. มารับที่บ้านเพื่อย้ายของจากรังหมูไปบ้านเมรีสาขา 3 รอบสุดท้าย
แล้วก็บึ่งมาบ้านท่านผู้อาวุโส ณ บางบัวทอง
วันนี้ ขม.อาการใม่ค่อยดีติดหวัดจากที่ทำงาน
พอรถเข้าสู่ถนนงามวงศ์วาน เธอก็เปรยขึ้นว่า
"พี่นกบ้านพี่กบเหมือนอยู่อีกจังหวัดหนึ่งเลยนะพี่
พอถึงสะพานพระนั่งเกล้า รู้สึกว่ามาถึงแค่ครึ่งทาง"
ด้วยเสียงบู้บี้ สงสารน้องแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย
วันนี้เราหอบผ้าหอบผ่อนมานอนที่ห้องของเรา
พรุ่งนี้เราจะทำสวนหินตะบองเพชร แล้วก็ย้ายต้นไม้กันจ๊ะ
ภาษาไทยวันละคำของคะหม่าย "ทรมานบันเทิง"
ราตรีสวัสดิ์
July 26 ขอความสุขหนึ่งจาน น้ำหนัก 300 กรัมช่วงนี้ทุกงานราษฎร์สับสนวุ่นวายอลเวงจนเหนื่อยเหน็ด
ทำให้หัวใจหนักอึ้ง ถ้ามีคนทำความสุขขายก็ดีน่ะสิ
จะขอสั่งมาสักหนึ่งจานขอแค่ 300 กรัมก็พอ
เพราะถ้ามากไปกว่านี้คงจะอิ่มสุขจนเกินไป เดี๋ยวร่างกาย
จะรู้สึกสบายมากเกิน แล้วก็จะไม่อยากจะทำอะไร
ต้องมีความทุกข์มากระตุ้นให้รู้สึกว่ายังมีชีวิตอยู่บ้าง
เมื่อคืนเหนื่อยหัวใจอย่างหนัก หลังจากดื่มไวน์แดงที่เหลือ
แล้วก็ขึ้นนอน 0.30 น.ของวันพุธ หลับสนิทนิทรา
แล้วก็ได้ยินเสียงน้องเรียกว่า "เจ๊ตื่น นอนกัดฟันรู้เปล่า"
อืม...สงสัยตัวเองมาสักพักแล้วว่า ต้องนอนกัดฟันแหงเลย
เพราะบางเช้าตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเจ็บตึงที่ฟันกรามข้างขวา
อันที่จริง เรื่อง นอนกัดฟันนี่ เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว
พอจำความได้แม่ก็ไปรองน้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ
ของญาติผู้ใหญ่มาให้กินนักต่อนัก ที่จำได้แม่น
ก็งานศพย่าตอน 10 ขวบ งานศพอากง ตอน 12 ฯลฯ
กินมาหลายศพแล้วก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย
จนฟันกรามซี่ในสุดขึ้นมาตอนอายุ 18-19 นั่นแหละ
จึงเลิกกัดฟัน หันมากัดกระพุ้งแกล้มแทน
เมื่อ 4-5 ปีก่อน ฉันให้หมอผ่าเอาฝันกรามข้างขวาออกไป
เหลือแต่ฟันกรามข้างซ้าย มาปีนี้แหละที่รู้สึกว่า
อาการกัดฟันเริ่มกลับมาเล่นงานฉันอีกแล้ว
รวมทั้งความเครียด เส้นยึดเนื่องจากไม่ออกกำลังกาย ฯลฯ ฟันกรามสึกไปเยอะเลย เพราะกัดฟันแล้วก็ชอบกินของเปรี้ยวพยายามปล่อยวาง ทำใจให้ว่าง ก็คงจะดีขึ้น
สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจเรานี่เอง
July 20 เบอรี่เบอรี่
วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม 2550 พวกเรานัดกันไปย้ายข้าวของจากรังหมู ไปบ้านเมรีสาขา 3 รอบ 2 โดยมีแรงงานเพิ่มมาอีก 2 คน คือ หนูมลกับชายหนุ่มของเธอ (คนที่ลืมเอาปากมาด้วย เลยโดนพี่พี่แซวซะ) ได้แรงผู้ชายมาช่วยสักคนก็เบาแรงขึ้นเยอะ 5555 เริ่มแก่แล้วนะเรา การขนย้ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็เสร็จก่อนที่ฝนจะตก เพราะตั้งเค้ามาแต่เช้าแล้ว หลังภารกิจหลักเสร็จ ก็หาอาหารมื้อแรกใส่ท้อง ที่มาดามอัน ซอยระนอง 1 แล้วก็แวะซื้อครีมยูเซอรีนให้ไอ้จู้ ก่อนที่มันจะวิตกจริตไปมากกว่านี้ แล้วก็ไปซื้อของกันที่วิลล่ามาเก็ต พหลโยธิน ไฮโซมากเลยตลาดนี้ ไอ้ขนมมาเล็กน้อย แล้วก็เบียร์ที่เสือทัยซื้อไปฝากป่าป๊าเสือ
แอบแย่ง Phuket เบียร์ ของป่าป๊ามา 1 กระป๋อง รสชาติใช้ได้นะ กระป๋องสวยด้วย เป็นของบริษัท ซาลมิเกล ทำไมคนไทยไม่ทำเองหว่า แว่วว่ามีแต่ก๋อนมีขายที่ภูเก็ตเท่านั้น แต่เราเคยเห็นที่ Grayhound Cafe มาแล้วครั้งหนึ่ง
แล้วก็นี่ราสเบอรี่ เบอรี่ที่ใฝ่หายังไม่เคยได้กินสดสดเลย ตอนแรก็ดูมันสวยดีหรอกนะ แต่มันเป็นตุ่มตุ่ม ใสใส มองดูคล้าย......... ปุ่มใสของโรคประจำตัว ที่ชอบมาเยือนยามที่ร่างกายอ่อนแอ เจ้าไวรัสร้ายที่มักจะมาจู่โจมอย่างไม่ปราณี กำเริบทีก็ขึ้นเห่อริมฝีปากบวมพอง ตุ่มใสใส เป่งเป่ง นั้น ช่างคล้ายเมล็ดใสใสของราสเบอรี่เหลือเกิน คิดสัปดนอีกแล้วฉัน หลังจากนอนเรียงตับหลับพักผ่อนที่รังหมูแล้ว เราก็หาข้าวเย็นกินกันอีกมื้อ ตอนแรกกะจะไปกินที่ร้านส้มตำหลังอิมฯ ลาดพร้าว แต่ฝนตกร้านปิด เลยไปกินร้านประจำ ปลาทูแช็ค เมนูก็ประจำ โต๊ะก็เกือบประจำ 5555 กินเสร็จแล้วก็แยกย้ายกัน เสือทัยมาส่งฉัน พี่กบไปส่งคะหม่าย และคิดอย่างไรก็ได้อย่างนั้นจริงจริง กลับมาบ้านรู้สึกแสบแสบคันคันบนริมฝีมากขวาด้านบน แล้วมันก็มาจริงจริง ฮือ ฮือ ไม่ได้เชิญนะมาทำไม๊ มิน่า 2-3 วันก่อนถึงได้รู้สึกเพลียอย่างแรง แล้วก็อดนอนติดต่อกันหลายวันด้วย เลยเหมือนเทียบเชิญให้มันมา ทั้งทั้งที่รู้ตัว แต่ก็มันจะมา จะไปห้ามมันได้อย่างไรล่ะ
July 19 สาวโสดที่ไม่ไร้หัวใจเมื่อวานซื้อ DVD คอนเสิร์ต Snow Kim ของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม
จากหลังที่ทำงาน แผ่น Master นะไม่ใช่ของก็อป
ฉันชอบเสียงและแนวการร้องเพลงของผู้หญิงคนนี้
คนที่ไม่กลัวว่าน่าตาจะดูแย่เวลาร้องเพลง
การเปล่งเสียงของเธอ เหมือนเธอเป็นเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง
ที่ผลิตเสียงออกมา ได้ไพเราะ น่าทึ่งเนอะ
บุคลิเธอ คือ สาวมั่น กล้า แกร่ง
แต่ผู้หญิงก็คือผู้หญิง ยังต้องการใครสักคน
เป็นที่พักพิง ยามเหนื่อย เหงา และเศร้า
ผู้ชายดีดีที่มีอก หลัง หัวไหล่ ให้เราซุกซบ
ให้หัวใจหายหนาว.....................
เธอว่า "แค่ใด้เอาหัวซุกไหล่ใครสักคน
แต่เมื่อไม่มีก็ไม่เป็นไร"
เธอผ่านการฆ่าตัวตายมาแล้ว และเป็นผู้รอดชีวิต
เธอได้คิดว่า "รอดชีวิตมาจะทำอย่างไรให้เราอยู่รอด
และต้องกลับมามองคุณค่าของตัวเอง
มีความสุข ความสนุกสนานกับงาน มีความหวัง มีความฝัน"
ความฝัน ที่ทุกคนชอบพูดว่า
"ความฝันมันมหัศจรรย์ตรงที่ว่า มีเราเท่านั้นที่จะมองเห็น"
อาจเป็นเพราะฉันเลิกคาดหวัง เลิกตั้งใจแล้วที่จะมีคู่
ตออนนี้อยู่ในช่วงเบื่อผู้ชายสุดฤทธิ์ ฉันไม่เอาแล้ว
อยู่คนเดียวก็สบายดีแล้ว ได้พบเพื่อนที่เป็นคนเผ่าพันธุ์เดียวกัน
ฉันก็มีความสุขมากกมายแล้ว หละ ชีวิต แค่นี้ก็พอใจ
คุ้มแล้วที่ได้เกิดมาในชาตินี้
ขอบคุณพ่อ-แม่ อาม่า อากง แม่ใหญ่ ป้าหวัด และครูอาจารย์
ตลอดจนเพื่อนร่วมโลก ร่วมชีวิต ทั้งหลาย
ที่บ่มสอนให้ฉันให้แข็งแกร่ง จนได้เป็น ตัวตน ณ ปัจจุบันนี้ July 18 ศุกร์ที่ 13 ฝันหวาน13 กรกฎาคม 2550
เสือทัยส่งข้อความที่เธอชอบมาให้
หลายครั้ง หลายครา...มากกว่าความเข้าใจ
นั่นคือความประจักษ์แจ้ง รู้ว่าโลกมีทั้งด้านมืด... และสว่าง เพราะถึงที่สุดแล้ว... ในจุดดับอับแสง..ก็ยังมีสิ่งดีๆ แทงยอดขึ้นมาเงียบๆ ได้รับรู้แล้วว่า..เพราะเหตุนั้น..จึงมีเหตุนี้ เมฆหมอกที่ให้ความชุ่มเย็น...อยู่กับยามเช้าได้ไม่นาน
บางครั้งความสุขมันก็เหมือนกับสายลม บทจะมาก็โชยมาโดยไม่ทันรู้สึก แต่บทจะไป... จู่ๆ ก็พัดจากไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทุกฉากทุกตอนในชีวิตมันเกี่ยวเนื่องผูกพันกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะไม่เอาแรงสั่นสะเทือนของหัวใจ ไม่ว่าจะเกิดจากเรื่องราวใดๆ มาโบยตีชีวิตของตัวเองอีกต่อไป และหวังว่า....ในที่สุด.. สักวันหนึ่ง จะวางมันลง... วางลงได้หมดสิ้น" ***
สิ่งที่ฉันนึกถึงหลังจากอ่านบทความนี้แล้ว คือ เพลงเดียวดายกลางสายลม
บินไปเดียวดายกลางสายลมแปรปรวน
เพียงทะเลครวญฟังคล้ายเป็นเพลงเศร้า ค่ำคืนนี้ฉันเพลีย ฉันเหนื่อยฉันหนาว และเหงาเหลือเกิน ไม่เคยมีใครมีรักแท้จริงใจ จ้องมองทางใดดูเคว้งคว้างว่างเปล่า ฝ่าลมฝนลำพัง มากี่ร้อนหนาว จนล้าสิ้นแรง ไม่อยากเห็นภาพใดแม้แต่ท้องฟ้า อยากจะพักดวงตาลงชั่วกาล อยากไปซุกตัวนอนซ่อนกายในเงาจันทร์ จะหลับฝันไม่ขอตื่นขึ้นมา ยังคงมีเพียงลมหายใจรวยริน เอนกายบนดินยอมรับความแพ้พ่าย ปีกของฉันมันหนัก บินต่อไปไหว จะขอพักกาย...ชั่วกาล... ได้ฟังหรืออ่านบทเพลงทีไรก็น้ำตาซึมทุกที นี่คือบทเพลงของ นกไร้ขา July 11 อีกวันกับความสุขหลากสี10 กรกฎาคม 2550
อาหารกลางวัน * ข้าวยำ 7 สี
พี่สาวคนดีเสมอ เธอซื้อมาฝากตอนเช้า
เห็นเยอะเยอะแบบนี้ กินหมดไม่เหลือ
***
![]() ***
ตอนเย็นหลังเลิกงาน หลังฝนหยุดตกก็พบรุ้ง 7 สี
รุ้ง 2 ตัวคู่กัน แล้วรวมกันกลายเป็นรู้งตัวอ้วนสลับสี
***
![]() ***
![]() *** ก่อนนอนก็เจอเจ้าแมลงปอยักษ์ ที่ไม่ได้เห็นมานาน บนวนไปมาอยู่หน้าห้อง เลยต้อนเข้ามาในห้องซะเลย
***
ภาพนี้ใช้โหมด Macro และใต้แสงนีออน
ภาพนี้ใช้ Macro ปกติ July 10 A Woman who Lost Spiritหลังจากได้รับข่าวที่สร้างความสับสน มึนงง เหนื่อยใจ
และทิ้งความเศร้า ผิดหวัง คับข้องใจ โกรธขึ้ง
ลอยฟุ้งในจิตใจของฉันและน้องน้อง
การจะวัดใจใครสักคน ไม่สามารถเอาอะไรมาวัดได้
นิสัยคนเรา ก็เปรียบเสมือนดิน ฟ้า อากาศ
ไม่สามารถคาดเอาได้ ว่าจะเปลี่ยนไปเมื่อไร และเช่นไร
"แม้เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน"
ท่านสุนทรภู่ เขียนไว้
และคำพังเพยที่ว่า
"คดในข้อ งอในกระดูก"
ช่างลึกซึ้งจริง เราซ่อนสิ่งน่าเกลียดไว้ภายใน
ภายนอกถูกปกคลุมด้วยเนื้อหนังดูสวยงาม
พระพุทธเจ้า ท่านสอนว่า
"ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน
ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอน"
เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน
จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือเลวลงนั้น
ตัวคนผู้นั้นเองเป็นผู้กำหนด โทษใครไม่ได้
เพราะยึดติดในกิเลศทั้งหลาย
รัก โลภ โกรธ หลง
เราใช้สัญชาติญาณ ล้วน ๆ ในการดำเนินชึวิต
กิน ขี้ ปี้ นอน
ปล่อยให้เครื่องเศร้าหมองเหล่านี้
มาทำให้เกิด มลทินในจิตใจเรา
ถ้าเรามีสติในการกระทำทั้งหลาย
การดำเนินชีวิตของเราเองก็จะผิดพลาดได้น้อย
นี่ยังไม่พูดถึงคนอื่นรอบข้าง ที่จะนำความเดือนร้อนมาให้
ถ้าเราหยุดนิ่ง ลดความทะยานอยากทั้งหลาย
สร้างภูมิคุ้มกันจิตใจให้เข้มแข็ง
เมื่อมีอะไรมาประทะ เราก็จะผ่านพ้นไปได้
เพียงหลับตาตั้งใจสงบนิ่ง
แล้วปล่อยให้พายุร้ายพัดผ่านรอบกาย
รอคอยจนกว่าพายุจะพัดกระหน่ำให้หนำใจ
พายุร้าย ก็คือ พายุ ไม่มีพายุลูกไหนพัดอยู่ได้นาน
ผ่านมา แล้วก็สลายตัวผ่านไป
***
![]()
*** แต่ถ้าเราขาดสติ จิตใจไม่รักตัวเองแล้วหละก็
สิ่งเลวร้ายทั้งหลายก็จะมากรัดกร่อนใจเรา
ให้เว้าแหว่ง เป็นช่องโหว่ กว้างขึ้น กว้างขึ้น
จนไม่เหลือจิตใจของเราไว้อีกเลย
ผู้หญิงคนที่จิตวิญญาณสูญหาย
อย่าปล่อยให้มารร้ายในคราบนักบุญ
มาหลอกหล่อ กล่อมเธอด้วยถ้อยคำหวานหวาน
เธอหลับตาเดินสู่ขอบเหว แล้วรู้มั๊ย
โปรดเถิด โปรดมองกลับมาที่ตัวตนที่แท้จริงของเธอ
และโปรดมองรอบตัวเธอ เธอยังมี
แม่ พี่ น้อง ครอบครัว ที่รักเธอยิ่งนัก
เธออย่ากลัวว่า จะไม่มีใครเคียงข้าง
เธออย่ากลัวว่า ขาดคนรักแล้วเธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้
ตื่นเถิดเธอ เธอต้องกล้าลุกขึ้นเดินต่อไปข้างหน้า
แม้จะเดินอย่างเดียวดาย แต่เธอก็ยังเดินได้มิใช่หรือ
ถ้าฉันขอพรวิเศษ ได้ 1 ข้อ
ฉันขอให้ จิตวิญญาณที่สูญหายคืนสู่ร่างกายของเธอ
อย่าจ่อมจม กับความคิดที่มารร้ายใส่เข้าไปในหัวเธอ
จงรู้แจ้งว่า เธอ คือ ใคร
เธอเกิดมาบริสุทธิ์ดุจดอกไม้สีขาวน้อยน้อย
เธอคือลูกที่รักของพ่อและแม่
เธอคือน้องผู้น่ารักของพี่พี่
เธอคือพี่ที่น้องน้องรักเสมอ
โปรดกลับคืนสู่รากเหง้าและตัวตนที่แท้จริงของเธอ
ชำระร่างกายและจิตใจ ด้วยความรู้เท่าทันและการยอมรับความจริง
แล้วจิตวิญญาณจะกลับมาสู่ร่างกายของเธอ
ร่วมแรงร่วมใจ
July 09 น้ำยาอุทัยทิพย์ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร ชอบกินน้ำใส่น้ำยาอุทัย
หรือติดพันมาจากช่วงอากาศร้อนมากมาก ทำให้ร้อนภายใน
ค้นตู้เก็บของ ได้น้ำยาอุทัยก้นขวดพอผสมให้หายอยาก
แล้วก็เดือนร้อนสิ ไอ้ความอยากเนี่ย ทำให้ต้องสรรหามา
เพื่อให้ความอยากนี้หายไป อืม.......................
ร้านขายยาสมุนไพรมาทุกวันพฤหัสฯ ก็ต้องรอจนกว่าจะถึงวันพฤหัสฯ
แล้วน้ำยาอุทัยทิพย์ไม่มี มีแต่ยาอุทัยหมอมี ก็ได้คงจะคล้าย ๆ กันมั๊ง
น้ำยาอุทัยเหมือนกัน น่าจะแทนกันได้
แต่...หลักเลิกงาน..เมื่อนำกลับบ้านไปผสมน้ำดื่ม หวังจะเย็นชื่นใจ
ฮือ ฮือ .....ทำไมกลิ่นมันแรงจัง มันหอมเกินน่ะ ไม่ชื่นใจเลย
ทำไง ละหวา... ต้องไปซื้อมาใหม่อีกหละสิ
หลายวันผ่านไป...ต้องเดินไปทำธุระที่สหกรณ์ร้านค้าฯ เหลือไปเห็นและ
555 ได้มาสมดังใจ กลิ่นนี้แหละที่เราต้องการ
น้ำยาอุทัยทิพย์ เท่านั้น หอมเย็น (ผสมน้ำแข็งกับน้ำในตู้เย็น) ชื่นใจแต่พองาม
อาจเป็นเพราะตั้งแต่เด็ก ก็กินแต่ยี่ห้อนี้เลยติดกลิ่นหละมั๊ง
![]() เรื่องประหลาด น้ำหอม Lovely ของ Sara Jesika Praker
กลิ่นเหมือนน้ำยาอุทัยมาก เป็นเพราะอะไร
หรือเธอเคยมาเมืองไทยแล้วกินน้ำยาอุทัย เลยติดใจ
นำไปทำเป็นน้ำหอมซะงึ้นแหละ
แล้วคนไทยนี่ ใครจะใช้ละหว่า 55555555
น้ำหอมกลิ่นน้ำยาอุท้ย กลิ่นตัวเรากลิ่นน้ำยาอุทัย
July 06 ความรู้สึกที่ตกตระกอนเมื่อวานฉันทำตามใจตัวเองด้วยการซื้อสตอเบอรี่กับเชอรี่ของนอก
ด้วยคิดว่าปีหนึ่งจะซื้อของแบบนี้สักกี่ครั้ง ก็ลูกมันอวบอิ่มน่ากินจังนี่นา
เลยถ่ายรูปส่ง Mail ไปยั่วน้ำลายพี่น้อง แต่ก็นะ ไม่มีใครเช็ค Mail เลย
* * *
![]() ![]() * * * *
พี่กบสีรุ้ง เธอยุ่งอยู่กับการติดแอร์บ้านของพวกเรา
น้องเสือสีชมพู เธองานยุ่งรัดตัว
น้องหมูดำ เธอก็รอสัมภาษณ์งานใหม่อยู่
แล้วเราก็เลยโทร. ให้เอ่อ... ช่วยดูกันหน่วยนะจ้า
ว่าน้องสตอเบอเร่อกับน้องเชอรี่น่ะยั่วยวนขนาดไหน
* * *
![]() * * *
กินพวกน้องเขาวันนี้เลยดีมั๊ย
แล้วก็ตกลงนัดกันที่ห้างเจ้าป้าอีกเช่นเคย
ฉันไปถึงก่อนวันนี้รถไม่ติด รอคะหม่ายที่ร้านกระดาษทิชชู่สีฟ้า
วันนี้ร้านมืดไปครึ่งร้านเพราะไฟเสีย ไม่เป็นไร เงียบดี
* * *
![]() * * *
พอคะหม่ายมา เราก็ไปซื้อเสบียงเตรียมไปปาตี้ที่รังหมูกัน
ฉัน "วันนี้เรากินสลัดดีกว่าเนอะ"
คะหม่ย "คราวที่แล้วกินสลัด พี่เสือก็ว่า Healthy จังเลย
เดี๋ยวพี่เสือไม่อิ่มน่ะ"
ฉัน "งั้นเดี๋ยวเราไปซื้อทาโกะเนอะ"
คะหม่าย "ค่ะ ยังงัยก็ได้ค่ะ บะจ่างด้วยดีมั๊ย"
ฉัน "อืม...บะจ่างก็ดี ไอ้เสือชอบ"
(ปล.นอกจากบะจ่างแล้วคะหม่ายยังได้ขนมจีบ-ซาลาเปามาด้วย)
* *
ซื้อของจนครบแล้ว เราก็ย้ายวิกไปรังหมู
แล้วท่านผุ้อาวุโสก็ตามมาติดติด
ขณะที่ฉันกำลังร้างผักสลัดอยู่ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูปั้ง ปั๊ง ปั๊ง
คะหม่ายรีบกุรีกุจอไปเปิด พบพี่กบหน้าตาตื่น แล้วรีบเดินเข้ามาในห้อง
เอ....วันนี้มาแปลกแฮะ
"อู๊ย น่ากลัวมาก มาก ขึ้นลิฟท์มากับสาวคนหนึ่ง
ตอนแรกเธอก็โทรศัทพ์อยู่ดีดี พี่ถามว่าขึ้นชั้นไหน
เขาบอกอยู่ชั้น 4 พี่ก็กดให้ แล้วเขาก็มาจับมือพี่
ถามว่า ไฝที่มือพี่ สีดำ หรือสีแดง ง่ะ
แล้วก็เดินตามออกมาจากลิฟท์ด้วย
น่ากลัวมั่ก มั่ก แถมเรียกชื่อตัวเองแทนตัวด้วย
แล้ว นี่ ไฝที่มือพี่สีอะไร สีดำ หรือ สีแดง"
ฉันเล็งแล้วแล็งอีก บอกไปว่า "ไฝนั้นสีน้ำตาล"
คะหม่าย "ไฝดำมีเหรอพี่ ไม่เคยเห็น 555 สงสัยพี่กบปล่อยฟีโรโมนแน่
มีสาวติดใจ เดินตามมาด้วย 555"
แล้วเราก็โชว์ไฝที่เท้ากันว่า ตั้งแต่พบกันไฝที่เท้าโตขึ้นและเข้มขึ้น
แล้วเราก็ต่างคนต่างทำหน้าที่
คะหม่ายจัดห้อง
พี่กบช่วยลุ้น ช่วยหยิบของ
ฉันเตรียมล้างผักสลัดกับผลไม้
บรรยากาศกลับมาเหมือนเดิมแล้วดีจังเลย
ฉันโล่งใจตั้งแต่ตอนเธอรับสายคำแรกว่า "Good Morning"
5555 สมาชิกบ้านท่านผู้อาวุโส ไม่ว่าเวลาใดจะกล่าวทัก คำนี่เสมอ
จัดเตรียมของเสร็จ ก็ถ่ายรูปส่ง Massage ไปยั่วเสือทัยกัน
* * *
![]() * * *
![]() ![]() * * *
วันนี้เธอมาช้าหน่อย เพราะติดประชุมยาวตั้งแต่ช่วงเย็น
จน 2 ทุ่มกว่า เสือทัยจึงมาถึง
เรากินไปคุยกันไปเหมือนเช่นเคย
ฉันโดนคะหม่ายแซวว่า "วันนี้บัคคาดี้ 555 วันก่อนดาวแดง"
ก็วันก่อนมันเครียดว้อยนี่นะ ต้องขออะไรที่แรงแรง
วันนี้มีความสุข ขออะไรอ่อนอ่อนแล้วกันนะ
พวกเราก็เป็นแบบนี้แหละ ใครตกหลุมตกร่อง
เราก็ไม่ทิ้งกัน เราคอยห่วงใยกัน และให้กำลังใจกัน
นั่งคอยอยู่บนปากหลุมนั่นแหละ ไม่ไปไหน
จนกว่าคนที่ตกหลุมจะมีแรงฮึดสู้ปีนออกจากหลุมขึ้นมาเอง
ดีใจจังที่พายุหมายเลข 8 สลายตัวและพัดผ่านพ้นไปแล้ว
ขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่เคียงข้างกัน
ขอบคุณโลกที่หมุนให้เรามาพบกัน July 05 ไม่อยากอยู่คนเดียวไดอารี่ พี่ก้อย ต้นกล้าค่ะ อ่านแล้ว.. คิดถึงใครไปไม่ได้เลย นอกจากพี่ๆ อุเหม่!! มันได้ใจนิ.. เอิ๊กกกก.. มามะ จ๊วบบบบบบ!! อื้อ... .... ::ไม่อยากอยู่คนเดียว:: เมื่อเราไม่อยากอยู่คนเดียว เราจึงต้องอยู่ด้วยกัน
เมื่อเราไม่อยากกินข้าวคนเดียว เราเลยตกลงใจมากินข้าวด้วยกัน((สามมื้อเลย))
เมื่อเราไม่อยากไปเที่ยวคนเดียว เราเลยต้องเดินทาง(ชีวิต)ด้วยกัน
เมื่อเราไม่อยากเหงาคนเดียว เราเลยต้องมาเหงาด้วยกัน
เมื่อเราไม่อยากร้องไห้คนเดียว เราจึงเอาไหล่เธอพิงไหล่ฉันเสมอมา
เมื่อเราไม่อยากร้องไห้คนเดียว เราจึงพบว่า ไหล่ของเธอมันซับน้ำตาได้ดี
เมื่อเราไม่อยากตกหลุมรัก เราจึงรักกันอย่างไม่ตกหลุม
ลุ่มๆดอนๆ แต่เราก็จะไปด้วยกัน วันที่ 29 มิถุนายน 2550 ข้าวใหม่ ส่ง Mail มาให้ฉัน ถูกใจกันทั้งฝูง
ด้วยฉันเป็นสาวร่างแมน เลยมีแต่คนมาซบไหล่
ตั้งแต่เกิดมาจำความได้ ไม่นับตอนดูดนมแม่กับอาม่านะ
คนที่ฉันซบไหล่แล้วร้องไห้ ก็มีพ่อกับคนเคยรักนี่แหละ
ที่ฉันใช้อกซับน้ำตา ยามเศร้าใจ
อกพ่อนั้นแมนมากมาก พ่อมีหน้าอกเนื้อเต็มอบอุ่น
อกคนเคยรักสู้ไม่ได้เลย เพราะผอมผอม นมแบนแบน
แต่ก็ให้ความรู้สึกอุ่นใจ ในยามที่หัวใจเจ็บปวด
ด้วยฮอร์โมนหรืออะไร ทำให้บางทีคิด
อยากมีใครสักคนไว้กอด มีอกมีหลังให้ซบ ยามหัวใจอ่อนไหว
และมีไหล่ปลอมตัวเป็นหมอนให้เราหนุนนอน
อยากมีใครสักคนที่เรานั่งฟังเสียงคลื่นริมทะเล
อยากมีใครสักคนที่เรานั่งนับดาวบนภูสูงยามอากาศหนาว
แต่ตอนนี้ ไม่มีใครคนนั้น ที่เราอยากจะทำอะไรแบบนี้ด้วย
5555555555
นึกถึงเพลง อยากทำบุญข้างเธอ ของกระรอกน้อย AF2 เลย
นักร้อง อ๊อฟ ศุภนัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ
กราบพระเพื่อขอพร อยากจะขอมีแฟน สักคนมาควงแขน ขอให้เจอไวๆ คำอธิษฐานช่างเร็วนัก พบคนน่ารักตรงใจ คือแฟนของฉันเธอใช่ไหม อยากจองทำไง..บอกที อยากทำบุญข้างเธอเหลือเกิน หากว่าเธอไม่เมินไปด้วยกันได้ไหม อยากทำบุญร่วมกัน แล้วมาเป็นคู่แท้ดังใจ ให้บุญนำไป ได้เป็นแฟนชาตินี้คงดี มองใครเขาคู่กัน เธอไม่เหงารึไง กราบพระด้วยกันไหม รักกันไปนานๆ มาอธิษฐานด้วยกันไหม ขอพรไหว้พระด้วยกัน อยากชวนเธอมา...เป็นแฟนฉัน ก็มันชอบเธออย่างแรง อยากทำบุญข้างเธอเหลือเกิน หากว่าเธอไม่เมินไปด้วยกันได้ไหม อยากทำบุญร่วมกัน แล้วมาเป็นคู่แท้ดังใจ ให้บุญนำไป ได้เป็นแฟนชาตินี้คงดี ----------------------------- สิ่งฟุ่มเฟือยในชีวิตฉันสิ่งฟุ่มเฟือยที่ฉันทำตามใจตัวเองตอนนี้มี
หนังสือ อาหารสมอง
น้ำหอม อาหารใจ
สุราเมรัย อาหารใจแต่ทำลายสุขภาพ
แล้วก็อาหาร ที่ดีและไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็อยากกินนี่
วันนี้ก็ยอมฟุ่มเฟือยอีกแล้ว
ผลไม้นอก สตอเบอรี่ จากอเมริกา และ
เชอรี่จากแคนาดา มาไกลจังเนอะ
![]()
July 04 ความรักที่ไม่มีขอบเขตความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินดีและไม่ยล อุปสรรค ใดใด ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้ ก็โลดจากคอกไป บ่ยอมอยู่ในที่ขัง ถึงหากจะผูกไว้ ก็ดึงไปด้วยกำลัง ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง มิหวนคิดถึงเจ็บกาย โคลงโลกนิติ บทนี้ ที่คุณปู่สุวรรณฯ กล่าวเพื่อเตือนใจฉัน
ตอนฉันมีความรักและคนรักคนแรก
ตอนนั้นฉันไม่ใช่เด็ก อายุ 24 ปี คิดว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ
แต่ก็ยังใส่แว่นสีชมพูอยู่เลย ฉันตามใจตัวเองแบบสุดสุด
เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ แม่กับอาม่าเอาน้ำมนต์มาให้กินก็แค่นั้น
ฉันก็ยังหลงรักจนหัวปักหัวปัม
คนอย่างฉันรักแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ไม่เป็น
ทำอะไรก็ต้องชัดเจนและทำแบบสุดตีนเลยก็ว่าได้
อาจจะเป็นเพราะราศีเกิดหรือเปล่า
นายพราน เมื่อเล็งจุดเป้าหมายจนมั่นใจและ
ตัดสินใจง้างศรยิงออกไปแล้ว ก็ห้ามไม่อยู่
ส่วนมันจะถูกหรือจะผิดจะพลาดไปก็ต้องปล่อยไปตามนั้น
ไม่เคยมีรัก จะรู้จักความสวยงามของควมรัก
และรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่เกิดจากรักได้อย่างไร
ฉันทำความเจ็บปวดให้คนในครอบครัวมากมาย
เพราะฉันเจ็บ พ่อ-แม่ ก็เจ็บด้วยหลายเท่านัก
แล้วยังน้องน้องที่คอยเฝ้าดูด้วยความห่วงใยอีกล่ะ
ฉันไม่โทษใครหรอกที่ความสัมพันธ์จบลง
ตอนนี้เราก็ยังรักกันไม่ใช่เหรอ มันแค่เปลี่ยนรูปไปเท่านั้น
จากรักใคร่ เป็นรักด้วยใจ รู้สึกดีมากมาย กว่าเมื่อก่อนนัก
ถ้าไม่มีเธอ ฉันก็คงไม่เข้มแข็ง เหมือนตอนนี้
ไม่มีใครเข้าใจความรักแบบนี้หรอก ว่ามันมีอยู่จริงหรือ
มันมีอยู่จริง ฉันสัมผัสได้ด้วยใจของฉันนี่แหละ
ต้องแยกรัก ออกจากใคร่ ให้สำเร็จ
แล้วเราก็จะมีความสุขเองแหละ
ตอนนี้ฉันมีความสุข รู้สึกอิสระสบายใจ
ฉันอาจจะก่อกำแพงไว้รอบตัว แต่ก็เป็นกำแพงแก้ว
มองออกไปเห็นผู้ชายพอเป็นอาหารตาอาหารใจ
อิ่มทิพย์ไปซะแล้วเหรอฉัน
ฉันรู้ว่าไม่มีใครจะไปบังคับหัวใจใครได้
และฉันก็ไม่ชอบบังคับใจใครอยู่แล้ว
คำถามที่ว่า อยู่เป็นโสดไม่เหงาเหรอ อืม...ไม่เหงาซักนิด
ตอนนี้ ยังไม่มีใครที่ทำให้ฉันอยากทุบกำแพงออกมาหา
ไม่มีใคร ก็ดีแล้วนี่ ไม่อยากรนหาที่ ไม่อยากเลย
อยากอยู่คนเดียวอย่างนี้ไปอีกหลายหลายปี ถ้าให้ดีก็ขอเป็นโสดอย่างนี้ตลอดไป
ปล. ได้ข่าวว่าพายุเริ่มสงบลงแล้ว
แต่ยังไม่วางใจ เพราะตอนนี้เป็นฤดูฝน
เพียงแค่ลมพัดใบไม้ไหว หรือที่แท้คือพายุหมุน
วันที่ใจเรียกร้องให้ออกไปค้นหาวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2550
เนื่องจากเมื่อวานคอนเสิร์ตเลิกเย็น เลยทำให้เดินสวนจตุจักรไม่ทัน
วันนี้จึงมีนัดเพื่อมาซื้อของที่หมายใจไว้
ฉันอยากจะมาดูหนังแนวแปลกแบบที่ชอบ และซื้ออุปกรณ์ร้อยสร้อย
พี่กบนัดมาซื้อตู้กุญแจให้ใครบางคน แล้วคนนั้นรู้สึกผิดที่ไม่มาวันนี้
รู้น่าว่าเธอเหนื่อยแสนเหนื่อย เข้าใจจ้า ไม่จำเป็นต้องมาก็ได้
ฉันตื่นมาก็อาบน้ำแต่งตัวรอท่า นัดพี่กบ 11.00 น.
แล้วคะหม่ายก็โทร.มาบอกว่า "วันนี้พี่กบคงจะมาไม่ได้ เพราะแม่ขอร้องให้อยู่ด้วย"
ฉันยังจะไปเดินสวนอยู่หรือเปล่า ไปสิ ถึงพี่กบไม่มาพี่ก็จะไปอยู่แล้ว
ตกลงฉันกับคะหม่ายนัดกัน พี่กบฝากดูตู้ใส่กุญแจด้วย OK
จุดนัดหมายร้านดอยตุง สวนจตุจักร
ขนมลูกชุบที่ติดป้ายว่าชาววัง แต่ลักษณะสีสรรจาไมก้ามากมาก มาจากวังเพ็ดหรือเปล่าเนี่ย
ลูกปัดหลากสีสรร จตุจักรก็มีไม่ต้องไปถึงสำเพ็ง เราเดินดูของกันสองคนวนไปวนมาจนทั่วสวน 1 รอบครึ่ง
ฉันได้ของแน่แน่ แต่คะหม่ายยังไม่ถูกใจ สวนตู้กุญแจก็ยังไม่ถูกใจเช่นกัน
แล้วพี่กบ ก็โทร.มาว่า จะมาโฉบพาไปตลาดบองมาเช่ ที่ฉันไม่เคยไป
มีเรื่องจะคุยด้วย อ้าว.....หวา......ทำไม.....อะไร
แล้วเราก็ไปบอมาเช่กัน คุยกันไปเหมือนต่อมความเข้าใจจะตรงกัน
แล้วพี่กบ ก็เปลี่ยนโหมดไปซะงั้น เฮ่อ....
ฉันจะพูดอะไรไปตอนนี้ก็คงไม่เหมาะ ได้แต่ฟังตาปริบปริบ
รอเวลาให้ลมพายุพัดโหมกระหน่ำให้หนำใจซะ อดทนไว้
ฝ่าพายุไปให้ได้ ได้แต่มองหน้าน้องด้วยความสงสาร
แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้อีกนั่นแหละ
ปล. พายุเพิ่มระดับไปที่ 5
เหตุเกิดที่เฉลียง อิมแพค เมืองทองธานีวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2550
ได้ข่าวจากท่านผู้อาวุโสหน้าใสว่าจะมีคอนเสิร์ตเฉลียง ฉันหูผึ่งรีบหาข้อมูล
แล้วก็ชักชวนพี่น้องชาวขมิ้น ว่า เราไปดูเฉลียงกันมั๊ย เพราะฉันพลาดคราวที่แล้ว 10 ธันวาคม 2543 ผ่านมา 7 ปี ไม่คิดว่าจะมีโอกาสอีกครั้ง ตกลงจองตั๋ววันที่ 30 มิถุนายน 2550 จำนวน 4 ที่ ดนตรีบำบัด ถาปัดจัด เฉลียงโชว์ "เหตุเกิดที่......เฉลียง" คะหม่ายไม่ยอมมาดู บอกอยากเก็บตังส์ และเกรงใจถ้าพี่พี่จะออกตังส์ให้ แต่ยังพอมีหวัง ไว้กดดันตอนวันสุดท้าย แต่ยังงัยก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ จึงตกลงใจเลิกกดดันน้อง แล้วให้นกเพนกวินมาดูแทน แต่แล้วพอใกล้วันนัด เสือทัยก็ติดงานสำคัญมาดูไม่ได้ เลยขอร้องแกมบังคับให้คะหม่ายมาดูแทน 555 ขำขื่นอีกแล้ว เช้าวันเสาร์ของวันที่รอคอย พี่กบกะคะหม่ายมาถึงบ้านนกกงเขน 10.00 น.เร็วกว่าเวลานัด เลยต้องรอไอ้นกเพนกวินกลับรังมาอย่างป้อแป๋ อีก กว่าจะได้เคลื่อนพลก็ปาไป 11.30 น. แล้วพี่กบก็พาไปกินข้าวเที่ยง
กองทัพเดินด้วยก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กและวุ้นเส้นต้มยำ
หมูสะเต๊ะกะลูกชิ้นปิ้ง
ข้าวหมูแดงหมูกรอบ กะกาแฟ
คะหม่าย "หนูสั่งแต่วุ้นเส้นต้มยำนะ อันอื่นมะรู้"
ไอ้นกเพนกวินสั่ง ข้าวหมูแดงกับเส้นเล็กต้มยำ กินไม่หมด แล้วพี่มันก็ต้องช่วยกินอีกตามเคย
ผู้ร่วมชะตากรรมทั้งหมด หลังการสับเปลี่ยนตัว กล้องของเราไม่ถูกยึด แล้วก็เห็นเขาถ่ายรูปกันเยอะแยะ เลยงงงง ว่าถ่ายได้มั๊ย น่าจะถ่ายได้ (เข้าข้างตัวเอง) เลยกดชัดเตอร์ไม่ยั้ง ตอนหลังเลยรู้ว่าเขา "ห้ามบันทึกภาพทุกประเภท"
เพลงเปิดตัว Teredo & เอกเขนก
น่ารักทั้งพ่อและลูก น่าเอามาเลี้ยงดูจริง ๆ เพลงนี้ อยากแปะไว้รอ เพลงที่มี MV ประกอบเพลงนอกวง ด้วยการเอื้อมมืออ้อมหลังไปสัมผัสบนตัวใครบางคน และอยากให้เขารู้ว่าพวกเรา "รัก" และ "ห่วง" เขาขนาดไหน ::แค่มี ::
ถามเธอ ว่าใจเฝ้าคอยใครอยู่ special note:ไฮไลท์เหมือนจะเยอะเกินความจำเป็น..
แต่มันเป็นอย่างนี้จริงๆ
พอเพลงนี้ขึ้น เพลงอะไรน่ารักเป็นบ้า แมนสุดสุดด้วย
ฉันเลยอดทนเก็บมือไม้ไม่ไหว
ยื่นไปแตะไหล่คนเจ็บป่วย (ทางใจ) ว่า
"รักนัก แต่ไม่ตามใจ ห่วงนะ แม้จะไม่แสดงออก"
ยื่นแขนทีเดียวได้ทั้ง 2 คนเลย
แล้วคอนเสิร์ตก็จบลงด้วยความสุขใจ
แต่เรายังเดินต่อไปด้วยใจเรียกร้อง วันนี้อีกยาวนานนัก
เย็นนี้นัดเสือทัยที่ห้างของเจ้าป้า (เอสพรานาด)
มาถึงเสือทัยสั่งทาโกะ 30 ลูก 5 คน อีกแล้ว
และไอ้เพนกวินบ่นอยากกินปลาดิบ
จึงย้ายวิกไปที่ร้านนี้ต่อ 555555 ใครจะมารับไปเลี้ยงหละเนี่ย
ขนาดว่าไม่หิว เพราะมีของรองท้องแล้ว ยังสั่งมาตรึม!!!!!!
วันนี้เกือบจะจบลงแล้ว แต่ทั้งเมื่อยและล้ากันทุกคน
เลยไปนวดกันต่อแถวโชคชัย 4 คนละ 1 ชั่วโมง
อยากยกห้องนวดไปไว้ที่บ้านจัง บรรยากาศน่านอนสุดสุด
นวดเสร็จเขาก็ปิดร้านพอดี เสือทัยขับรถไปส่งทุกคน ขอบคุณจ้า
และขอบคุณทุกคนที่มาร่วมต่อความฝันของเรา
ดูเฉลียงจบแล้ว อิ่มแบบพอดีพอดี ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป
Post by KaminKamai & KaminDokmai
Photo by KaminDokmai
ปล. วันนี้พายุก่อตัวและลมเริ่มพัดแรงระดับที่ 2 วันนัดล้างตาตามสบายสบายวันที่ 29 มิถุนายน 2550
เมื่อวานนัดเสือทัยเพื่อจะไปดู Transformers แต่มีเหตุต้องเปลี่ยนแปลงจุดนัดหมาย
ก็เลยเลื่อนมาเป็นวันนี้ แบบรู้กันอยู่ในใจ แล้วหละ แต่เราก็มิได้นัดกันอย่างมั่นเหมาะ
จนบ่ายอ่อน ๆ พี่กบ โทร.มาถามเรื่องนัดหมายของวันนี้
ฉันจึงคุยกับเสือทัยว่าวันนี้นัดกันนะ ที่ห้างเจ้าป้าเหมือนเดิม
ซึ่งเสือทัยอาจจะมาช้ามากมาก เพราะภารกิจการงานรัดตัวอย่างมากถึงมากที่สุด
แล้วคะหม่าย ซึ่งขอบายไม่ดูเรื่องนี้เพราะกลัวเมารถ ก็จะมาเจอกันอีกเช่นเคย
กำหนดที่จะดูหนังรอบ 20.30 น. เลื่อนออกไป เพราะเสือทัยมาถึงก็เลยเวลาไปแล้ว
เรากินทาโกะรอท่าอยู่ ที่ร้านกระดาษทิชชู่สีฟ้า เหมือนเดิม
![]() ![]() ![]() ช่วงหลบมุมหาโลกส่วนตัวของแต่ละคน
เสือทัยมาถึงแล้วและหิวมากมากด้วย อยากกินอะไรแซ่บแซ่บ
ก็นี่เลย ร้านปลาทูแช็ค แบบไม่ต้องคิด
วันนี้ฉันเดินดูได้ไวน์มา 2 ขวด ถ้าจำไม่ผิด เป็น
ไวน์แดงของ อิตาลี กับไวน์ขาวอโรมากลิ่นมะนาวจาก Chile
![]() (ร้านนี้ถ่ายรูปอาหารไม่เคยได้ดีเล้ย)
(ปลาทูต้มมะดัน) (สะตอผัดกุ้ง ที่เสือทัยคิดถึงแม่ณี)
ยำตะไคร้ของคะหม่าย
ยำปลาทูวันนี้กับดอกขจร (ธรรมดาหัวปลี)
ลูกตาลกับสละลอยแก้ว มานั่งได้ซักเดี๋ยวก็มีโทรศัทพ์เข้ามา
จากคนที่ไม่มาวันนี้ ว่า งอน และนัดกันทำไมไม่บอก
อ้าว....ต่อมความเข้าใจทำไมทำงานไม่ตรงกัน
ก็คุยกันแล้วว่าวันนี้เธอมาไม่ได้ และเธอก็ไม่อยากดูหนังเรื่องนี้
แล้ววันนี้เธอก็โทร.มาเตือนเราเองด้วย เรื่องนัดวันนี้ งงค่ะ อะไรกันนี่
และพวกเรานั้น ก็จะมีอารมณ์นัดกับแบบสบายสบายจนเคยตัว
ทำไมเดี๋ยวนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ความสบายสบายแบบพวกเรา
หายไปไหนซะแล้ว เฮ่อ ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก
แต่ก่อนนั้น วันไหน อยากพบกัน ก็โทร.นัด ถ้าว่างพร้อมกันก็ OK
ทำไมต้องซีเรียส อะไรมากกมาย ชีวิตนี้ยุ่งพอแล้ว
ขอมุมสบายบ้างได้มั๊ย
ลอปอ. เมฆฝนเริ่มก่อตัวตั้งเค้ามาให้เห็นแล้ว คนหัวใจขี้เหงากับคนหัวใจหมา วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2550
แล้วก็ถึงเวลาของฤดูฝนซะทีนะ ช่วงนี้สายฝนเทกระหน่ำเกือบทุกวัน ทำให้อากาศเย็นลงคลายร้อนไปบ้าง จะว่าน่าสบายก็เย็นสบายดีหรอกนะ เสียแต่เฉอะแฉะกับผ้าไม่หอม ก็เท่านั้น เย็นนี้มีดูหนัง Transformer (การเปลี่ยนแปลงรูปร่าง) กับเสือทัย ที่เอสพรานาด บ่ายแก่ฝนฟ้ากระหน่ำแบบไม่ลืมหูลืมตา ไฟฟ้าที่ทำงานกระตุกวาบวาบ แต่ไม่ดับ ที่ทำงานของมนุษย์ไฟฟ้า ไฟจะดับไม่ได้ เดี๋ยวเสียเครดิตหมด แล้วพี่กบ ก็โทร.มาว่าจะมารับที่ทำงาน เปลี่ยนจุดนัดหมายไปเป็นที่ รพ.แทน โอ.เค๊ โอ.เค ยังงัยก็ได้ 555 ขอให้เจอกันก็พอใจแล้ว คะหม่ายแมสเสสมา "ไฟฟ้าที่ทำงานมาแล้ว กำลังจะหลับ" . ได้ความว่า Transformer (หม้อแปลงไฟฟ้า) ในเมืองระเบิด 2 จุด ที่ทำงานหนูคะหม่ายโกลาหล ชุลมุล อลหม่านเป็นอย่างมาก โห...หนังเรื่องนี้ท่าจะเฮี้ยนจริงจริง เข้าวันแรกก็ทำเรื่องซะแล้ว เกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย อะไรไม่ดีก็ต้องโทษ แก๊สโซฮอลล์ ไว้ก่อน 17.30 น. โดนไล่ที่ เขาจะปิดห้องแล้ว ลงไปรอท่านผุ้อาวุโสข้างล่าง ฝนตกรถก็ติด ทำให้สาวน้อย สาวไม่น้อย 2-3 คน ต้องมานั่งหน้าสลอนรอรถคนมารับอยู่ข้างล่าง โชคดีที่เราไม่ใช่คนสุดท้าย เมื่อ Froggy-D มาเทียบท่า 555 ระหว่างนั่งรถ เราถกกันเรื่อง คนใจหมา (ที่มีรักเดียว) กันว่า คนเช่นนี้ในโลกบุบบี้ นั่นมีจริงนะ
เขาก็มีความสุขได้ ด้วยใจรักจริง โดยไม่ต้องทุกข์ร้อนรน
เพราะรักแบบนี้ ไม่หวังรักตอบ และไม่ต้องครอบครอง แค่รัก คำเดียวก็พอ
คนหัวใจขี้เหงา อาจสงสัยว่า คนหัวใจหมา เป็นฤาษีไปแล้วหรือ
เรื่องอย่างนี้ ต้องแยกกาย ออกจากจิตใจ แล้วมันก็จะไปได้ดีเอง
ใกล้ถึง รพ. เราแวะซื้อสลัดและกาแฟ ร้านที่เล็งไว้ 94 Coffee เมื่อถึงห้อง ท่านผู้อาวุโสก็แปลงร่างกลายเป็นชวนป๋วยปี่แป่กอ เราก็ได้แต่นั่งดู จะช่วยก็เก้เก้กังกัง จนคะหม่ายและเสือทัยมาถึง จึงย้ายวิกออกไปถกปัญหาโลกแตกกันต่อที่ Lobby ด้านนอก
ท่านแม่ ลืมตาขึ้นมาถามว่า "จะออกไปไหนกัน" คะหม่ายว่า "น่าเอ็นดูคนแก่เนอะ" เมื่อเห็นของกิน เสือโหยก็อุบอิบว่า "วันนี้ Healthy จังเลย"
ลดความอ้วนงัย กินสลัด แล้วตบท้ายด้วยเค้ก กาแฟ
กินกันจนอิ่มหนำ มองออกไปข้างนอก เห็นจุดวาบวาบบนฟ้า โห.....ต้องมีงานวัดแน่แน่ จุดพลุสวยจัง แต่ก็น้อยจังด้วย สี่ทุ่มกว่า เลยเวลาเยี่ยมเยียนแล้ว เราก็ลากลับกัน เสือทัยกับคนเดียวเพราะใกล้บ้าน คะหม่ายมาส่งฉัน ตอนนี้มีทางกลับง่าย ๆ แล้วไม่ต้องหลง 55 ขอบคุณโลกที่เปิดโอกาสให้เราได้พบคนเผ่าเดียวกัน ขอบคุณพ่อแม่ทุกคนที่มีเปิดโอกาสให้ลูก ได้มีนิสัยแปลก ๆ แบบนี้ แม้โลกจะบุ่มจะบี๋ จะบ้าจะบอม แต่ก็รักนะ Post by Kamindokmai
จิตใจที่อ่อนไหวและอ่อนล้า ก็เหมือนดินเหนียวที่นุ่มนิ่ม
เมื่อได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยน้ำใจ ประคับประคอง
ดินนิ่มนิ่มนี้ ก็ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างเข้มแข็งขึ้นมา
ตอนนี้ไม่ว่าอะไรมากระทบ ก็สะเทือนแค่ผิวภายนอก
แม้ฝนจะตก สายลมจะพัดกระหน่ำ ก็ขอให้เข้มแข็งไว้นะดิน กินปูที่กรุงเทพฯ วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2550
เมื่อวานเสือทัยเปรยว่า ช่วงนี้มีเทศกาลกินปูที่เซ็นทรัลพระราม 2 ตกลงกันว่าวันนี้จะมากินปูกัน นัดแนะกันแล้ว หลังเลิกงานท่านผู้อาวุโสหน้าใส มารับฉันที่หน้าตึก วันนี้คะหม่ายไม่มาด้วย เพราะติดภารกิจ แล้วเราก็ไปถึงเซ็นทรัลพระราม 2 งานจัดที่สวนสาธารณะด้านหลัง
มาแล้วไม่เห็นดาราซักคนเลย
เดินไปเจอกระบะใส่ปูมากมาย ตัวเป้ง ๆ แถมยังเป็นเป็น
ทำตาปริบปริบ และเล่นน้ำลายฟูฟูแบบปูปูอีกต่างหาก
เราก็ตกลงกันว่าจะกินปูไข่ตัวย่อม โลละ 360-380 นี่แหละ สั่งมา 6 ตัวกิโลกว่า ๆ ส่วนตัวโตโตก็เกินจะกินมันลง แล้วก็มีปูม้าจากทะเลลึกโลละ 150 สั่งมา 1 โล พี่กบรอปูนึ่ง แล้วฉันก็เดินไปดูกุ้งเผาได้มา 1 ถาด
ส่วนหอยไม่ค่อยน่ากินมันเหี่ยวเหี่ยวหดหดยังงัยไม่รู้ ปลาก็มีมากมาย แต่วันนี้ไม่อยากกินปลาเท่าไร่ อ้อ มีปลาหมึกปิ้ง 2 ตัวขนาดฝ่ามือเด็ก 100 บาท ได้ของทะเลครบแล้ว เราก็หาที่นั่ง ระหว่างรอเสือทัย ต้องหาอะไรมารองท้องก่อน ส้มตำร้านไกล้ ๆ ของพี่กบตำไทยของเด็ก
ของฉันปูไทยของผู้ใหญ่ แต่พริกไม่ค่อยเผ็ดมาก ฉันเดินไปหาเครื่องดื่มอัดลมกับน้ำอบายมุข ได้นกกระทาทอด 4 ตัวร้อยมา 1 ถุง
อืม..นกกระทาเนื้อน่มอร่อยดี เต้นท์นี้ขายของเข้าพวกกันมาก มี โรตีมะตะบะ ข้าวปั้นซูชิ แล้วก็นกกระทาทอด อืม...บรรยากาศใช้ได้ อารมณ์เดียวกับงานวัดเลย เกือบทุ่มครึ่งเสือทัยก็มาถึง เราลงมือจัดการของทะเลกัน
น้ำจิ้ม 2 สี ไม่ค่อยแซ่บซาดิสเท่าไหร่
ปูดำอร่อยมาก ๆ ไข่เต็มท้อง
น้องกุ้งขาวอวบ ถูกจับแก้ผ้าเหลือตัวขาวจั๋ว น่าเจี๊ย
ผู้ลงมือทำอนาจารน้องกุ้ง ใส่เสื้อเหลืองเข้ากับสีโต๊ะเลย
ปลาหมึกก็โอเค แต่ปูม้านี่ต้องเอาไปปล่อย
เป็นปูแช่น้ำแข็งแล้วก็เกลือ เค็มมาก ๆ มันน่าเอาไปทำปูดองมากกว่า คืนแม่ค้าจะได้มั๊ยเนี่ย กินกันจนอิ่มหนำ ล้างปากด้วยลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย แล้วเราก็ช่วยเก็บขยะไปทิ้ง ฝนตกลงมาอีกแล้ว เราเดินฝ่าฝนเพื่อไปที่จอดในห้าง แล้วเสือทัยก็ไปส่งฉันอีก เช่นเคย ฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา น้ำเจิ่งนองถนน เข้าหมู่บ้านได้น้ำก็ท่วมไปถึงหน้าบ้านฉันเลย น้ำระบายไม่ทัน อืม..ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะเนี่ย แล้วเสือทัยก็ฝ่าฝนกับบ้านไป แมนอีกแล้วนะไอ้เสือ Post / Photo by Kamindokmai
จากวัดพระบาทน้ำพุ ถึงเกาะเกร็ด วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2550
09.30 น. ไอ้ตัวเล็กปลุกให้มารับโทรศัทพ์ของท่านผู้อาวุโส พอไปรับกลายเป็นเสียงเสือทัยซะ แจ้งข่าวว่ากำลังจะออกจากที่พักคะหม่ายแล้ว ตายหละหวานัด 10.00 น ดันตื่นสาย ตั้งนาฬิกาปลุก 8.30 น. นาฬิกาเสียหรือเปล่า ทำไมไม่ได้ยิน น้องบอกนาฬิกาปลุกแล้ว แถมเสียงเรียกจากมือถือก็ไม่ได้ยินอีก แสดงว่าฉันหลับเป็นตายเลย เมื่อคืนไปงานฉลองแต่งงานน้องปอกับอุ้ยมา งานแต่งงานใครก็ไม่สนุกเหมือนงานแต่งของคนในตระกูลเดียวกัน เพราะเรามีส่วนร่วมมาก ๆ แล้วญาติเราก็มามาก ๆ ด้วย ประจวบกับมีผู้ชายหลายคนมารุมเร้าอีก สังขารเลยเดี้ยงซะ อันที่จริงวันนี้เรานัดจะไปทำบุญที่วัดพระบาทน้ำพุ ลพบุรี แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้เปลี่ยนแผนเป็นเกาะเกร็ด ออกจากบ้านนกกางเขน ท่านผู้อาวุโสเลี้ยวซ้าย ขึ้นสะพานพระราม 5 แล้วเปรยว่าทำไมไม่ตรงไปล่ะ เอ.....แล้วก็บอกว่าตรงนี้มีข้าวหมกไก่อร่อย อืม.. แหม...หิวก็ไม่บอกนะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราเติมพลังกันก่อนไปเที่ยว หลังจากได้อาหารครบแล้ว
ข้าวหมกไก่กับสลัดแขก
ซุปหางวัวกับซุปไก่ ท่านผู้อาวุโส "เค้าไม่กินน่องไก่น่ะ เมื่อวานกินส้มตำ เหลือแต่น่องเค้าก็ไม่กินไก่เลย" คะหม่ายน้องน่ารักเสียสละจานให้สะโพกไป หลังจากอิ่มหนำก็เคลื่อนพลเพื่อไปลงเรือข้ามฟากไปเกาะเกร็ด ที่วัดสนามเหนือ ที่จอดของวัดเต็มเลยต้องไปจอดที่ใกล้ ๆ เสียค่าจอด 40 บาท เจอป้ามหาภัยอีกแล้ว ทำไมบางคนแก่แล้วไม่ใจดีเลย ใจร้ายจัง ทางเดินไปท่าเรือมีของขายเยอะแยะ
เราแวะซื้อหมวกราคาถูก แต่ราคาขึ้นลงตามใจคนขาย
แล้วก็มีน้องกระต่ายแต่งตัวน่ารัก กับบรรดาน้องหนูหนู
(แอบทรมานสัตว์เล็กเล็ก)
(ฟ้าสวยมาก ๆ ขี้เมฆลอยตะลุ๊บตุ๊บป่อง เกลื่อนกลาด เหมือนสมุดวาดเขียนเด็ก)
มองเห็นสะพานะพระราม ๔
ขึ้นฝั่งที่ท่าวัดปรมัยยิกาวาส (เภี่ยมุเกี๊ยะเติ้ง แปลว่า วัดหัวแหลม) ด้วยความปลอดภัยแล้ว (เจอเด็กท้ายเรือนิสัยประหลาด) เราก็จองตั๋วเรือเพื่อนั่งเรือชมรอบเกาะคนละ 50 บาท
เรือออก 13.00 น. เรามีเวลา 30 นาทีในการไหว้พระ
เพดานและผนังโบสถ์ลวดลายงามคลาสสิค แล้วเราก็ลงเรือเพื่อชมวิวรอบเกาะเกร็ดกัน การนั่งชมเรือเป็นไปด้วยความเพลิดเพลินจำเริญใจ ท้องฟ้าวันนี้สวย แม้จะไม่ใส แต่ป้า ๆ ชอบกัน ส่วนคะหม่ายไม่ชอบ บอกว่าฟ้าสกปรกมีเมฆเยอะ ชอบฟ้าใสใส ไร้เมฆมากกว่า (แต่แบบนั้นอากาศร้อนบรม) ชี้ชวนกันดูเมฆแล้วจินตนาการ ตามความคิด ว่าใครจะซนกว่ากัน
5555555555 เมฆกระต่ายของคะหม่ายกับพี่กบ แต่เป็นเมฆควายของฉัน บ้านเรือนริมแม่น้ำ บางบ้านผูกผักตบไว้หน้าบ้าน
มองเขียวเขียวแล้ว เหมือนมีสนามหญ้าหน้าบ้านเลย
แล้วแบทเตอรี่กล้องฉันก็หมด รูปต่อจากนี้ทุกอย่างถูกเก็บไว้ในมือถือ
คลองขนามหวาน บ้านขนมไทย แวะกินขนมจีนซาวน้ำ กับข้าวแช่ อร่อย
วนรอบเกาะแล้ว ก็ขึ้นเกาะเพื่อเดินช้อปปิ้งต่อ ได้ของฝากมาสารพัดทั้งของตัวเองและของคนอื่น 55 มีทั้งที่รองสบู่ ถ้วย จาน เตาอโรมา และสารพัดสัตว์จิ๋ว
ฉันได้โอ่งจิ๋วลายโบราณฝีมือชาวมอญเกาะเกร็ดแท้ ไปฝากแม่ เจ้าของร้านก็อัธยาศัยดี
แวะกินชา-กาแฟ ร้านกาดินเผา หอมอร่อย เคล้าเพลงเรกเก้ ราคาไม่แพง 15 บาทเอง แต่ใส่แก้วเหมือน 25-30 บาท เข้าไปนั่งเล่นในร้าน ใต้ถุนบ้านคุณลุงเจ้าของบ้านก็น่ารัก ให้ยืมพัดไม้ไผ่ ภูมิปัญญาไทยใช้ดีกว่าพัดสมัยใหม่อีก ก่อนกลับพี่กบเลยซื้อแจกน้อง ๆ คนละอัน อันละ 5 บาท
แล้วก็บรรดาของเล่นสมัยเด็ก ที่ท่านพี่กบชอบใจนักหนาขนซื้อมาเพียบ น้ำเต้า ปู ปลา, แผ่นจับสลา, ตุ๊กตากระดาษ ฯลฯ
ทอฟฟี่ ขนมโก๋ ขนมสัมปะนีสวย ที่ทำให้นึกถึงสมัยเด็กเด็ก
ทอดมันหน่อกะลา และหน่อกะลา
บรรดาดอกไม้ (อัญชัน,เข็ม,ลั่นทม ฯลฯ), ผักทอด (ไม่กรอบ) ฉันแอบซุ่มซ่ามทำถ้วยของทอดหกใส่ถาดพวกนี้ เกือบโดนพ่อค้าฆ่าตายซะแล้ว ฮือ ฮือ
ลูกขายลูกชุบ แม่ขายเมี่ยงคำ น่ารักจัง
นั่งร้านเถาลูกฟักข้าว ไกลไกลนั่นต้นมะตาด
ตกเย็นเปลี่ยนแผนอีก จากร้านสวนทิพย์ ซอยวัดกู้ ไปเดินงานหนังสือ สนพ. อมรินทร์ ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ดีกว่า ได้หนังสือมามากมายบานตระไท น้องกับพี่ช่วยถือ 555
แล้วก็ไปกินอาหารร้านจานสวย ที่เสือทัยหมายตา โดยเธอไม่รู้ว่า เป็นร้านของคุณดนู ฮุนตระกูล
หลังจากขับรถเลยไป แล้วกลับมาหาเจอจนได้ ด้วยพี่ รปภ. ใจดีแถวนั้นชี้ทาง จอดรถที่หน้าตึก 90 shock แล้ว เราก็มายืนเก้ ๆ กัง ๆ หน้าร้าน เจอเจ้าของร้านยิ้มทัก ทำให้เราใจชื้นขึ้น กล้าเดินเข้าไป โชคดีที่มีโต๊ะว่าง แล้วก็สั่งอาหารกันพอสมควร ต้องเผื่อท้องไว้กินของหวาน อาหารอร่อยทุกอย่าง เมรีกินกันเกลี้ยงทุกจาน
สลัดโมรอคคัน เจ้าของร้านแอบซุ่มซ่าม เหมือนพวกเราเลย 555 ชอบชอบ
หอยแมลงภู่ยักษ์อบเนยกระเทียม (อาหร่อย) แต่โชคร้ายของหวานหมดซะแล้ว คราวหน้ายังมีนะ เกาะเกร็ดอีกครั้งกับจานสวยอีกครั้ง พี่กบหมายใจไว้ และพวกเราก็พยักเห็นด้วย อิ่มแล้วพี่กบก็ขับรถส่งหมู-นก-เสือ ที่รังหมู แล้วฝนก็ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนตี 1 ฝนซาแล้วเสือทัยก็ขับรถมาส่งฉัน ไอ้เสือลำบากอีกแล้ว ขอบคุณนะจ้าทุกคน วันดีดีอีกวันกับฝูงขมิ้น Post by Kamindokmai Photo by Everybody
แม้แต่ดอกไม้ ก็ยังมีหัวใจ June 22 เมื่อกล้ามเนื้อแกล้มขวากระตุกฉันเคยให้พี่สาวดูลายมือ ฝ่ามือฉันมีรูปกากบาทอยู่กลางมือ
เธอบอกว่าฉันมีเซ้นส์ดีให้ฝึกจิตไว้
จริง ๆ แล้วช่วงหลัง ๆ นี้ จิตใจฉันมักจะว้าวุ่นและอ่อนล้า
ทำให้สมองไม่ใคร่โปร่งใส เซ้นส์ที่ควรจะเป็นแสงนำทาง
มันเลยเหมือนมีหมอกมาบดบัง
บางทีฉันก็มองข้ามสิ่งที่สมองเตือน สิ่งที่ใจบอกไป
แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เชื่อตัวเองดีที่สุด
แล้วเมื่อฉันไม่เชื่อสมองก็เลยจัดการบังคับร่างกาย
ทุกครั้งก่อนที่จะมีเหตุเกิดเรื่องร้อนใจ ก่อนที่พายุหมุนจะถล่มฉัน
แกล้มขวาของฉันจะกระตุก บอกลางว่าตอนนี้ได้มีพายุก่อเค้ามาแล้ว
ระวังตัว เตรียมใจ เสียให้ดีเถอะ
โบราณว่า ตาหยิบขวาร้าย ซ้ายดี แต่ของฉันนี้กระตุกที่แกล้ม
ทางการแพทย์บอกว่า เป็นเพราะกล้ามเนื้อเกร็ง
ฉันก็พยายามจะเชื่อทางการแพทย์ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
เมื่อคืนวันพุธ แกล้มขวาฉันกระตุก 2 ระรอก
ฉันกลั้นใจใช้มือหยิบทิ้งออกไป ตามคำบอกของน้องที่ทำงาน
ว่าถ้าตาขวาขยิบ เป็นลางร้าย ให้ใช้มือหยิบสิ่งไม่ดีทิ้ง
แล้วเย็นวันพฤหัส ก็เจอน้องชายตัวดีนั่งแต้อยู่ที่บ้าน
5555 เจ้าตัวก่อกวนมาอีกแล้ว
แถมน้องสาวตัวดีกับแฟนก็เลอะ ๆ ทำอะไรไม่บอกกล่าว
แล้วก็ทิ้งปัญหามาให้อีก ไม่มีสติไว้เผื่อคิดถึงคนอื่นเลย
แล้วพายุก็หมุนรอบตัวฉัน ก่อกวนอารมณ์ให้เดือดพร่าน
ด้วยร่างกายที่อ่อนล้า อาการประจำตัวรุมเร้า
ทำให้ฉันไม่อยากจะทนกับเรื่องบ้าบอ
ทั้ง ๆ ที่มีสิ่งเตือน แต่ฉันก็ควบคุมเหตุการณ์อะไรไม่ได้
นอกจากทำใจ แต่ก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน
ปล่อยให้พายุหมุนไป ทำใจนิ่ง ๆ
แล้วพายุร้ายก็จะกลายเป็นกลมบ้าหมูพัดผ่านไปเอง
June 21 Sometime Between Us
Something
June 20 วันที่ดอกรักบานได้เต็มที่วันที่ 17 มิถุนายน 2550
วันที่ดอกรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งแย้มบานได้อย่างเต็มที่
บ้านเราเป็นชาวพุทธต้องจัดพิธีแบบไทยอยู่แล้ว
เรื่องการเตรียมงาน น้ำใจคนสุพรรณฯ นั้นยังมีอยู่
แม่เจ้าบ่าว เอ่ยปากว่า คุณยายปลื้มใจที่เห็น
ญาติพี่น้องทางเจ้าสาวมาช่วยงานกันเยอะ
จัดขันหมากแบบไทยสไตร์สุพรรณบุรี หลาน ๆ ฉันมาช่วยอุ้มขัน ในอดีตฉันก็รับจ็อบอุ้มขันหมากนะจะบอกให้
ท่ามกลางความยินดีของทั้ง 2 ครอบครัว
สองหนุ่มสาวที่เริ่มต้นชีวิตคู่ ฉันอดปราบปลื้มแทนไม่ได้
หม้อแกง ขนมชั้น สังขยาเผือก อร่อยหวานมัน แต่อ้วน
ฝอยทอง กับสัมปันนี (มะพร้าวแก้ว)
ขนมชั้นและเม็ดขนุนกับฝอยทองรังนก สำรับของคาวสำหรับถวายพระ
ฉันเดินไปไหว้สวัสดีคุณปู่ ท่านตบหัวฉันเบา ๆ 3 ที แล้วถามว่า "เมื่อไหร่ดอกไม้ของเราจะบานเสียที จะรอให้ปู่ตายก่อนเหรอ" ฉันไม่พูดอะไร ด้วยความอัดอั้น เดินไปลูบแขนท่าน ท่านเป็นห่วงฉันอยู่ ฉันแม้อายุจะเกินเกณฑ์ แต่ก็มีญาติถาม เมื่อไหร่จะได้กินขนม เมื่อไหร่จะถึงคราวเราเสียที เฮ่อ ผู้ชายสำเร็จรูป ไม่ได้ซื้อหามาได้ง่าย ๆ เหมือนบะหมี่สำเร็จรูปนะคะ แล้วฉันก็อยู่ในช่วงขาลง คือ ไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องความรักไปซะแล้ว นานมากี่ปีแล้ว เกือบ 10 ปีได้มั๊งที่บ้านเราไม่ได้มีงานมงคลแบบนี้ คนที่ถึงวัย ก็ไม่ยอมลงจากคาน ช่วงเวลาเลยเนิ่นนานผ่านไป
June 15 Totoroสตูดิโอจิบลิ (STUDIO GHIBLI)
ก่อตั้งในปี ค.ศ.1985 โดยผู้กำกับ ฮายาโอะ มิยาซากิ และ อิซาโอะ ทาคาฮาตะ
คำว่าจิบลิ มาจาก เครื่องบินตรวจการณ์ของประเทศอิตาลีที่ใช้ในทะเลทรายซาฮารา
ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นภาษาลิเบียน แปลว่า "ลมร้อนที่พัดผ่านทะเลทรายซาฮารา"
ได้รู้จักและชื่นชอบ จิบลิ เพราะได้อ่านการ์ตูน Totoro, สุสานหิ่งห้อย และแม่มดกิกิ
เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว และหนังสือเหล่านั้นได้สูญหายไปเนื่องจากการย้ายบ้าน
My Neighboor Totoro สร้างในปี ค.ศ. 1988
เป็นกาตูนร์ของจิบลิที่ฉันประทับใจ และยังชื่นชอบที่สุด
ไม่ว่าบรรยากาศท้องนา ตลอดจนตัว Totoro ทั้ง 3 ก็น่ารักสุด ๆ
ดูหลายรอบก็ไม่เบื่อ แม้จะมีบางคนบอกว่าใสเกินไปก็ตาม
ชีวิตฉันยังต้องการความใสซื่อ เพื่อเป็นน้ำหล่อเลี้ยงใจอยู่เสมอ
ถ้าขาดสิ่งนี้ไป ฉันคงต้องเฉาตายไปแล้วแน่นอน
ตอนที่ชอบ
ตอนเมย์ตาม จิบลิโตโตโร่ กับ ชูโตโตโร่ ไปพบโอโตโตโร่
ซัทซึกิ พบ โอโตโตโร่
ต้นโตโตโร่ ไม่รู้เป็นรูปทรงโดยธรรมชาติหรือเปล่า เรื่องนี้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง
คนเป็นพี่ที่ต้องเลี้ยงน้องตัวเล็กคงจะทราบความรู้สึกดี
สิ่งละอันพันละน้อยจากวิกิพีเดีย
* ลูกสาวนักบินอาวกาศคนหนึ่งของญี่ปุ่น ส่งเสียเพลง "Sanpo/ เดินเล่น"
ซึ่งเป็นเพลงเปิดเรื่องของ My Neighbor Totoro
ขึ้นไปปลุกคนพ่อที่กำลังปฏิบัติงานอยู่บนสถานีอาวกาศ
** เรื่องเศร้าของเค้าโครงเรื่อง โตโตโร่ เป็นเพียงจินตนาการของเด็กทั้ง 2 คน
เพื่อชดเชยกับการต้องอยู่ห่างแม่
ปล. ตอนนี้หัวหน้าเรา เหมือนโตโตโร่ เลย อาจไม่ใจดีเท่า แต่ก็ไม่ร้ายนะ
ตัวสูงใหญ่ พุงกลม และหน้าหนวด คล้ายแมว 555 นินทาเจ้านาย
![]()
|
||||||||||||||||||
|
|